บันทึกการเรียนครั้งที่
13
วันที่ 20 เดือนเมษายน พ.ศ. 2564
ความรู้ที่ได้รับ
การวัดและการประเมินพัฒนาการทางความคิดสร้างสรรค์
หลักของการวัดและประเมินผลพัฒนาการ
การวัดผลและประเมินผลพัฒนาการเด็กปฐมวัยได้มีผู้ให้หลักที่สำคัญไว้ดังนี้
1. ต้องประเมินพัฒนาการเด็กทุกด้าน
2. ประเมินเป็นรายบุคคลอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องตลอดปี
3. สภาพการประเมินต้องมีลักษณะเช่นเดียวกับการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันของเด็กโดยจัดการประเมินให้เป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันปกติตามตารางกิจกรรมประจำวัน
จัดทำการประเมินอย่างเป็นระบบ มีการวางแผน การเลือกใช้เครื่องมือและการจดบันทึกไว้เป็นหลักฐาน
หลักของการวัดและประเมินความคิดสร้างสรรค์
เด็กจะแสดงออกทางความคิดสร้างสรรค์ได้ต้องมีหลักการวัดและประเมินความคิดสร้างสรรค์ ดังนี้
1. บรรยากาศของการวัดความคิดสร้างสรรค์
ต้องมีความเป็นอิสระ ผ่อนคลาย ไม่เคร่งเครียดด้วยระเบียบวินัย
จนทำให้เด็กเกิดความเครียด
2. บรรยากาศของการวัดแต่ละครั้ง
ต้องไม่ใช่การแข่งขันหรือการกระทำที่มีถูกมีผิด
3. ครูจะต้องไม่นำผลการวัดหรือการทดสอบมาเปรียบเทียบกับเด็กคนอื่น
หรือมาบอกเด็กว่าใครเก่งกว่าใคร
4.
นำผลที่ได้มาวิเคราะห์เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ของเด็กได้อย่างเหมาะสม
ความสำคัญและคุณค่าของการวัดและประเมินความคิดสร้างสรรค์
มนุษย์ทุกคนมีความคิดสร้างสรรค์ติดตัวมาแต่กำเนิด
แต่มีระดับของความคิดสร้างสรรค์แตกต่างกันไปตามศักยภาพของการเรียนรู้ในแต่ละบุคคล
การที่จะรู้ว่าบุคคลมีความคิดสร้างสรรค์มากน้อยต่างกันเพียงใดนั้นต้องอาศัยการวัดความคิดสร้างสรรค์
เป็นเครื่องบ่งชี้เพื่อนำผลมาจัดประสบการณ์และกิจกรรมให้สอดคล้องเหมาะสมกับการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของเด็กต่อไป
เทคนิควิธีวัดความคิดสร้างสรรค์
1. การสังเกต
หมายถึง การสังเกตพฤติกรรมของบุคคลที่แสดงออกเชิงสร้างสรรค์
วิธีการสังเกตเป็นวิธีการวัดวิธีหนึ่งในหลายๆ วิธีการ
เขาพยายามที่ใช้วัดความคิดจินตนาการของเด็กจากพฤติกรรมการเล่นและการทำกิจกรรม
โดยการสังเกตพฤติกรรมการเลียนแบบ การทดลอง การปรับปรุงและตกแต่งสิ่งต่างๆ
การแสดงละคร การใช้คำอธิบายและบรรยายให้เกิดภาพพจน์ชัดเจน ตลอดจนการเล่านิทาน
การแต่งเรื่องใหม่ การเล่นและคิดเกมใหม่ๆ
ตลอดจนพฤติกรรมที่แสดงความรู้สึกซาบซึ้งต่อความสวยงาม เป็นต้น
2. การวาดภาพ หมายถึง การให้เด็กวาดภาพจากสิ่งเร้าที่กำหนด
เป็นการถ่ายทอดความคิดเชิงสร้างสรรค์ออกมาเป็นรูปธรรมและสามารถสื่อความหมายได้
สิ่งเร้าที่กำหนดให้เด็กอาจเป็นวงกลม สี่เหลี่ยม
แล้วให้เด็กวาดภาพต่อเติมให้เป็นภาพ
3. รอยหมดหมึก (Inkblots) หมายถึง
การให้เด็กดูภาพหยดหมึกแล้วคิดตอบจากภาพที่เด็กเห็น มักใช้กับเด็กวัยประถมศึกษา
เพราะเด็กสามารถอธิบายได้ดี
4. การเขียนเรียงความและงานศิลปะ หมายถึง
การให้เด็กเขียนเรียงความจากหัวข้อที่กำหนด และการประเมินจากงานศิลปะของนักเรียน
นักจิตวิทยามีความเห็นสอดคล้องกันว่าเด็กในวัยประถมศึกษามีความสำคัญยิ่งหรือจัดเป็นช่วงวิกฤตของการพัฒนาความคิดเชิงสร้างสรรค์
เด็กมีความสนใจในการเขียนสร้างสรรค์และแสดงออกสร้างสรรค์ในงานศิลปะจากการศึกษาประวัติบุคคลสำคัญของนักประดิษฐ์
นักวิทยาศาสตร์เอกของโลก เช่น นิวตัน เจมส์ ฮิลเลอร์ และปาสคาลร์
พบว่าบุคคลเหล่านี้ได้แสดงแววสร้างสรรค์ด้วยการประดิษฐ์และสร้างผลงานชิ้นแรกเมื่ออยู่ในวัยประถมศึกษาเป็นส่วนใหญ่เด็กช่วงวัยนี้จะมีการพัฒนาการทางภาษาดี
การเขียนบรรยายหรือแสดงความรู้สึกจินตนาการเป็นที่เด็กสนใจ
5. แบบทดสอบ หมายถึง
การให้เด็กทำแบบทดสอบความคิดสร้างสรรค์มาตรฐานซึ่งเป็นผลมาจากการวิจัยเกี่ยวกับธรรมชาติของความคิดสร้างสรรค์
แบบทดสอบความคิดสร้างสรรค์มีทั้งที่ใช้ภาษาเป็นสื่อ และที่ใช้ภาพเป็นสื่อ
เพื่อเร้าให้เด็กแสดงออกเชิงความคิดสร้างสรรค์ แบบทดสอบมีการกำหนดเวลาด้วย
ปัจจุบันก็เป็นที่นิยมใช้มาก เช่น แบบทดสอบความคิดสร้างสรรค์ของกิลฟอร์
แบบทดสอบความคิดสร้างสรรค์ของทอแรนซ์ เป็นต้น
กิจกรรมในคาบเรียน การร้องเพลงเมืองไทย
ฝึกทักษะอะไร ![]()
![]()
ทักษะการวัดและประเมินเด็กปฐมวัย การตั้งคำถามเพื่อถามเด็ก
การนำไปใช้![]()
สามารถในการวัดและประเมินเด็กปฐมวัย
คำศัพท์
1.Add drawing –
ภาพวาดต่อเติม
2.Compare –
เปรียบเทียบ
3.Invention – การประดิษฐ์
4.Standard – มาตรฐาน
5.Development - พัฒนาการ
มายแมพสรุปเนื้อหาการวัดและการประเมินพัฒนาการทางความคิดสร้างสรรค์
ภาพกิจกรรมในห้องเรียน
ผู้บันทึก นางสาวอารีรัตน์ ไชยคำ
รหัสนักศึกษา 6011200612




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น