วันศุกร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2564

 

บันทึกการเรียนครั้งที่ 13

วันที่ 20 เดือนเมษายน พ.ศ. 2564

ความรู้ที่ได้รับ

การวัดและการประเมินพัฒนาการทางความคิดสร้างสรรค์

หลักของการวัดและประเมินผลพัฒนาการ

การวัดผลและประเมินผลพัฒนาการเด็กปฐมวัยได้มีผู้ให้หลักที่สำคัญไว้ดังนี้

1. ต้องประเมินพัฒนาการเด็กทุกด้าน

2. ประเมินเป็นรายบุคคลอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องตลอดปี

3. สภาพการประเมินต้องมีลักษณะเช่นเดียวกับการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันของเด็กโดยจัดการประเมินให้เป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันปกติตามตารางกิจกรรมประจำวัน

จัดทำการประเมินอย่างเป็นระบบ มีการวางแผน การเลือกใช้เครื่องมือและการจดบันทึกไว้เป็นหลักฐาน

หลักของการวัดและประเมินความคิดสร้างสรรค์

เด็กจะแสดงออกทางความคิดสร้างสรรค์ได้ต้องมีหลักการวัดและประเมินความคิดสร้างสรรค์ ดังนี้

            1. บรรยากาศของการวัดความคิดสร้างสรรค์ ต้องมีความเป็นอิสระ ผ่อนคลาย ไม่เคร่งเครียดด้วยระเบียบวินัย จนทำให้เด็กเกิดความเครียด

            2. บรรยากาศของการวัดแต่ละครั้ง ต้องไม่ใช่การแข่งขันหรือการกระทำที่มีถูกมีผิด

            3. ครูจะต้องไม่นำผลการวัดหรือการทดสอบมาเปรียบเทียบกับเด็กคนอื่น หรือมาบอกเด็กว่าใครเก่งกว่าใคร

            4. นำผลที่ได้มาวิเคราะห์เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ของเด็กได้อย่างเหมาะสม

ความสำคัญและคุณค่าของการวัดและประเมินความคิดสร้างสรรค์

          มนุษย์ทุกคนมีความคิดสร้างสรรค์ติดตัวมาแต่กำเนิด แต่มีระดับของความคิดสร้างสรรค์แตกต่างกันไปตามศักยภาพของการเรียนรู้ในแต่ละบุคคล การที่จะรู้ว่าบุคคลมีความคิดสร้างสรรค์มากน้อยต่างกันเพียงใดนั้นต้องอาศัยการวัดความคิดสร้างสรรค์ เป็นเครื่องบ่งชี้เพื่อนำผลมาจัดประสบการณ์และกิจกรรมให้สอดคล้องเหมาะสมกับการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของเด็กต่อไป

เทคนิควิธีวัดความคิดสร้างสรรค์

1. การสังเกต หมายถึง การสังเกตพฤติกรรมของบุคคลที่แสดงออกเชิงสร้างสรรค์ วิธีการสังเกตเป็นวิธีการวัดวิธีหนึ่งในหลายๆ วิธีการ เขาพยายามที่ใช้วัดความคิดจินตนาการของเด็กจากพฤติกรรมการเล่นและการทำกิจกรรม โดยการสังเกตพฤติกรรมการเลียนแบบ การทดลอง การปรับปรุงและตกแต่งสิ่งต่างๆ การแสดงละคร การใช้คำอธิบายและบรรยายให้เกิดภาพพจน์ชัดเจน ตลอดจนการเล่านิทาน การแต่งเรื่องใหม่ การเล่นและคิดเกมใหม่ๆ ตลอดจนพฤติกรรมที่แสดงความรู้สึกซาบซึ้งต่อความสวยงาม เป็นต้น

2. การวาดภาพ หมายถึง การให้เด็กวาดภาพจากสิ่งเร้าที่กำหนด เป็นการถ่ายทอดความคิดเชิงสร้างสรรค์ออกมาเป็นรูปธรรมและสามารถสื่อความหมายได้ สิ่งเร้าที่กำหนดให้เด็กอาจเป็นวงกลม สี่เหลี่ยม แล้วให้เด็กวาดภาพต่อเติมให้เป็นภาพ

3. รอยหมดหมึก (Inkblots) หมายถึง การให้เด็กดูภาพหยดหมึกแล้วคิดตอบจากภาพที่เด็กเห็น มักใช้กับเด็กวัยประถมศึกษา เพราะเด็กสามารถอธิบายได้ดี

4. การเขียนเรียงความและงานศิลปะ หมายถึง การให้เด็กเขียนเรียงความจากหัวข้อที่กำหนด และการประเมินจากงานศิลปะของนักเรียน นักจิตวิทยามีความเห็นสอดคล้องกันว่าเด็กในวัยประถมศึกษามีความสำคัญยิ่งหรือจัดเป็นช่วงวิกฤตของการพัฒนาความคิดเชิงสร้างสรรค์ เด็กมีความสนใจในการเขียนสร้างสรรค์และแสดงออกสร้างสรรค์ในงานศิลปะจากการศึกษาประวัติบุคคลสำคัญของนักประดิษฐ์ นักวิทยาศาสตร์เอกของโลก เช่น นิวตัน เจมส์ ฮิลเลอร์ และปาสคาลร์ พบว่าบุคคลเหล่านี้ได้แสดงแววสร้างสรรค์ด้วยการประดิษฐ์และสร้างผลงานชิ้นแรกเมื่ออยู่ในวัยประถมศึกษาเป็นส่วนใหญ่เด็กช่วงวัยนี้จะมีการพัฒนาการทางภาษาดี การเขียนบรรยายหรือแสดงความรู้สึกจินตนาการเป็นที่เด็กสนใจ

5. แบบทดสอบ หมายถึง การให้เด็กทำแบบทดสอบความคิดสร้างสรรค์มาตรฐานซึ่งเป็นผลมาจากการวิจัยเกี่ยวกับธรรมชาติของความคิดสร้างสรรค์ แบบทดสอบความคิดสร้างสรรค์มีทั้งที่ใช้ภาษาเป็นสื่อ และที่ใช้ภาพเป็นสื่อ เพื่อเร้าให้เด็กแสดงออกเชิงความคิดสร้างสรรค์ แบบทดสอบมีการกำหนดเวลาด้วย ปัจจุบันก็เป็นที่นิยมใช้มาก เช่น แบบทดสอบความคิดสร้างสรรค์ของกิลฟอร์ แบบทดสอบความคิดสร้างสรรค์ของทอแรนซ์ เป็นต้น

กิจกรรมในคาบเรียน การร้องเพลงเมืองไทย



ฝึกทักษะอะไร 🍁✏️

ทักษะการวัดและประเมินเด็กปฐมวัย การตั้งคำถามเพื่อถามเด็ก

การนำไปใช้✏️

สามารถในการวัดและประเมินเด็กปฐมวัย

คำศัพท์

1.Add drawing – ภาพวาดต่อเติม

2.Compare – เปรียบเทียบ

3.Invention – การประดิษฐ์

4.Standard – มาตรฐาน

5.Development - พัฒนาการ

มายแมพสรุปเนื้อหาการวัดและการประเมินพัฒนาการทางความคิดสร้างสรรค์




ภาพกิจกรรมในห้องเรียน




ผู้บันทึก นางสาวอารีรัตน์ ไชยคำ 

รหัสนักศึกษา 6011200612



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

  บันทึกการเรียนครั้งที่ 14 วันที่ 27 เดือน เมษายน พ.ศ. 2564 ความรู้ที่ได้รับ บทบาทของผู้ปกครองกับการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์เด็กปฐมวัย...