วันอังคารที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2564

 

บันทึกการเรียนครั้งที่ 14

วันที่ 27 เดือน เมษายน พ.ศ. 2564

ความรู้ที่ได้รับ

บทบาทของผู้ปกครองกับการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์เด็กปฐมวัย

ผู้ปกครองมีบทบาทหน้าที่ที่สำคัญคือการเอาใจใส่ดูแลลูกอย่างใกล้ชิด ผู้ปกครองควรสนใจพฤติกรรมของลูก เช่น การเล่น การพูดคุย และควรชื่นชมยินดีกับลูก เพราะการแสดงการยอมรับชื่นชมย่อมทำให้เด็กเกิดความเชื่อมั่น รู้สึกอบอุ่นมีความปลอดภัยทางจิต จะทำให้เด็กกล้าแสดงออกในเชิงสร้างสรรค์ โดยมีองค์ประกอบดังนี้

1. การสร้างบรรยากาศแบบประชาธิปไตย ครอบครัวที่มีบรรยากาศแบบผ่อนคลายเด็กจะรู้สึกเป็นอิสระ ไม่อึดอัด รู้สึกอบอุ่นจากการได้รับความรัก ความเอาใจใส่ที่พ่อแม่มีให้ รวมทั้งการได้รับความเท่าเทียมเสมอภาคกันระหว่างพี่น้องทำให้เด็กมีความกระตือรือร้นต้องการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา กล้าริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งแปลกใหม่ เช่น วิธีเล่น ซึ่งแรกๆ อาจเล่นธรรมดา ต่อมายิ่งเล่นยิ่งพลิกแพลงวิธีเล่นที่หลากหลายไม่ซ้ำกับวิธีเดิม กล่าวว่า ความคิดสร้างสรรค์มีความสัมพันธ์ทางบวกกับการแสดงความรักของมารดาโดยการอุ้มชู การเล่นด้วยและการปกป้องดูแล การที่ความคิดสร้างสรรค์สัมพันธ์กับการแสดงความรักของพ่อแม่นั้น เพราะความรักความเอาใจใส่เด็กทำให้เกิดความอบอุ่นปลอดภัยทำให้เด็กเกิดความเชื่อมั่น และเกิดการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์อยู่ตลอดเวลา

 2. การให้ความรัก ความอบอุ่น ความเอาใจใส่ ซึ่งเปรียบเสมือนกำแพงที่แข็งแกร่งเป็นโล่ห์กำบังทุกสิ่งทุกอย่างทำให้เด็กรู้สึกมีความมั่นคงปลอดภัย จากการแสดงความรักอย่างตรงไปตรงมาของพ่อแม่ที่เด็กรับรู้ได้ ก็คือ คำพูด และพฤติกรรมที่สอดคล้องไปในแนวทางเดียวกัน ในทางตรงกันข้ามถ้าแม่พูดว่า แม่รักลูกมาก แต่ปล่อยให้ลูกไปอยู่กับผู้อื่น โดยนานๆ จึงจะมาเยี่ยม หรือมาหา  ทำให้ลูกไม่มั่นใจในคำว่ารักของพ่อแม่ ดังนั้นคำพูดและการกระทำที่แสดงออกซึ่งความรักความเอาใจใส่จะต้องสอดคล้องเป็นไปตามทิศทางเดียวกันไม่ขัดแย้งกันนอกจากนี้พ่อแม่ควรตอบสนองความต้องการของลูก  ถ้าบางอย่างตอบสนองตามความต้องการไม่ได้พ่อแม่ต้องอธิบายให้ลูกเข้าใจถึงเหตุผลให้ลูกฟัง  บางครั้งพ่อแม่อาจแสดงความเห็นใจเมื่อลูกร้องไห้ หกล้ม หรือทำบางสิ่งบางอย่างไม่สำเร็จก็ต้องปลอบโยนด้วยคำพูดและท่าทางที่เห็นใจ เข้าใจ พร้อมที่จะช่วยเหลือซึ่งจะทำให้เด็กเข้าใจและตระหนักถึงความรักของพ่อแม่เกิดความอบอุ่น รู้สึกมีความปลอดภัยมั่นคง และถ้าลูกทำผิดพลาดไม่ถูกต้องเหมาะสม ก็ไม่ควรพูดจาซ้ำเติม หรือลงโทษ  ควรอธิบายให้ลูกเข้าใจและทราบว่าสิ่งที่ทำนั้นไม่เหมาะสมถูกต้องควรให้โอกาสลูกแก้ตัวกระทำในสิ่งที่ดีงามถูกต้อง จะช่วยให้ลูกรู้สึกอบอุ่น และเชื่อมั่นในความรักของพ่อแม่

3. การช่วยเหลือและพึ่งพาตนเอง เด็กที่พ่อแม่อบรมเลี้ยงดูโดยการฝึกให้รู้จักการช่วยเหลือตนเองตั้งแต่วัยก่อนเข้าเรียนจะช่วยให้เด็กทำอะไรได้ด้วยตนเอง สามารถพึ่งพาตนเองได้ เช่น การทานอาหาร การอาบน้ำ แต่งตัว การสวมถุงเท้า หรือการทำกิจวัตรประจำวันด้วยตนเอง  พฤติกรรมเช่นนี้จะทำให้เด็กมีความเชื่อมั่นในตนเอง กล้าคิด กล้าตัดสินใจ สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง  พ่อแม่จึงควรให้โอกาสลูกฝึกฝนและทำสิ่งต่างๆด้วยตนเองให้มากที่สุด คอยสังเกตพฤติกรรมและส่งเสริมให้เด็กได้ทำให้ดียิ่งขึ้นหรือเหมาะสมตามความสามารถตามวัย  ทั้งนี้พ่อแม่ควรหลีกเลี่ยงการตำหนิเพราะจะทำให้เด็กเกิดความกลัวจนไม่กล้าที่จะลองทำอีกต่อไป

4. การส่งเสริมความสนใจของเด็ก พ่อแม่ที่คอยเอาใจใส่สังเกตความสนใจของลูกอย่างสม่ำเสมอ สนับสนุนให้ลูกกล้าแสดงความคิด กล้าแสดงออก จะทำให้เด็กมีความสนใจสิ่งต่างๆรอบตัว  การตอบสนองความสนใจของเด็กจึงเป็นการส่งเสริมพัฒนาของเด็กให้มีความก้าวหน้า เพียงแต่พ่อแม่จัดหาหนังสือนิทาน อุปกรณ์การเล่น อุปกรณ์ภาพระบายสี และพาไปทัศนศึกษาจากสถานที่ต่างๆ

5. เปิดโอกาสให้ซักถาม ตอบคำถาม เด็กปฐมวัยเป็นวัยที่ช่างสงสัยชอบซักถามอยู่ตลอดเวลา พ่อแม่จึงควรส่งเสริมให้ลูกได้ถามการตอบคำถามของลูก หรือสนทนาร่วมกันระหว่างรับประทานอาหาร นั่งรถเที่ยว ไปทัศนศึกษา บางครั้งพ่อแม่อาจรู้สึกเบื่อ หรือรำคาญกับคำถามและการตอบคำถาม  ซึ่งการแสดงออกให้เด็กรู้สึกว่าพ่อแม่ไม่เต็มใจที่ตอบคำถามของตนอาจเป็นการสกัดกั้นความคิด และจินตนาการของเด็กในช่วงนั้นได้  ดังนั้นพ่อแม่ควรหาวิธีเล่นกับลูก ชวนลูกพูดคุยสนทนา โดยคุยให้ลูกฟังเกี่ยวกับหนังสือนิทาน เล่าประสบการณ์ต่างๆที่ลูกสนใจ  เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่าเรื่องราวที่ลูกสนใจและซักถาม เป็นสิ่งที่ควรกระทำ และพ่อแม่ก็ยินดีสนับสนุนรับฟังด้วยความสนใจ  การกระทำเช่นนี้เป็นการส่งเสริมพัฒนาการที่เหมาะสมกับวัยเด็ก

                6. การแสดงความคิดเห็นร่วมกันในโอกาสต่างๆ  การเปิดโอกาสให้เด็กแสดงความคิดเห็นเป็นแนวทางส่งเสริมให้เด็กมีความคิดเป็นของตนเอง  การพูดคุยถกเถียงอภิปรายปัญหาต่างๆ ให้อิสระในการแสดงความคิดเห็น เสนอความคิดเห็นต่างๆ บ้างเล็กน้อยเกี่ยวกับเรื่องราวภายในบ้าน  ให้เด็กตัดสินใจเลือกทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว เช่น ไปเที่ยว ดูรายการทีวี เลือกร้านอาหารที่จะไปรับประทานร่วมกัน  พ่อแม่อาจเสนอแนะให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้เด็กสามารถตัดสินใจด้วยตนเองโดยไม่ลังเล  ซึ่งเป็นการฝึกให้เด็กเป็นคนกล้าคิดกล้าแสดงออกและกล้าตัดสินใจ

                7. การจัดบรรยากาศที่ส่งเสริมจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ครอบครัวที่มีการจัดสภาพแวดล้อมและบรรยากาศที่เอื้ออำนวยต่อการส่งเสริมเด็กได้คิดจินตนาการและสร้างสรรค์ ได้แก่ บรรยากาศที่มีความเป็นอิสระ ไม่เคร่งครัดและตรึงเครียดจนเกินไปหรือการข่มขู่ว่ากล่าวเสียดสีจนทำให้เด็กเกิดวิตกกังวลเกินเหตุ  การจัดบรรยากาศเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์สามารถจัดได้โดยไม่ยาก เช่น จัดมุมหนังสือนิทานไว้ในบ้านให้เด็กมีที่อ่านหนังสือนิทาน วาดภาพระบายสี การเล่นของเล่นที่ให้คิดต่อเติมเสริมแต่งดัดแปลงให้แปลกแตกต่างไปจากเดิม  กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมให้เกิดจินตนาการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ  ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับความสนใจและความสมัครใจของเด็กเท่านั้น

 

คุณลักษณะทางความคิดสร้างสรรค์ของครูปฐมวัย

ครูที่มีความคิดสร้างสรรค์ควรมีใจรัก คือ ความเข้าใจธรรมชาติและสามารถส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ มีความสนใจนักเรียน ความสนใจกว้างขวางความรอบรู้และเป็นแหล่งความรู้ มีสุขภาพอนามัยดี และมีบุคลิกภาพดี ลักษณะต่างๆเหล่านี้ก็จะสามารถทำให้ครูทำงานร่วมกับเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุผลดั่งที่คาดหวังได้

การสอนเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์

การสอนเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็กปฐมวัยนับว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งเพราะวิธีสอนของครูมีอิทธิพลกับเด็ก เด็กจะซึมซับและเรียนรู้แบบอย่างจากครู หากครูมีวิธีสอนที่เหมาะสมเอื้อกับการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของเด็กก็สามารถบ่งเพาะคุณลักษณะให้เด็กมีบุคลิกภาพของผู้มีความคิดสร้างสรรค์ได้

ฝึกทักษะอะไร 

ทักษะการหากิจกรรมให้ผู้ปกครองกับเด็กได้ทำกิจกรรมด้วยกัน ทักษะการวางแผนในกิจกรรมเพื่อเสริมความคิดสร้างสรรค์เด็ก

การนำไปใช้

สามารถนำไปเป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมให้ผู้ปกครองกับเด็กได้ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ลูกได้

คำศัพท์

1.         Creative  - ความคิดสร้างสรรค์

2.      Parental roleบทบาทของผู้ปกครอง

3.      Independence  - ความเป็นอิสระ

4.      Parenting – การอบรมเลี้ยงดู

5.       imagination- จินตนาการ

มายแมพสรุปเนื้อหา ผู้ปกครอง ครู และโรงเรียนกับการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์


กิจกรรมในคาบเรียนการแต่งนิทาน

นิทานเรื่อง ข้าวต้มจอมซน 👧🏻🧒🏻

สมาชิกกลุ่ม ☺️

1.นางสาวตวงรัตน์. เจริญภาพ. เลขที่ 2

2.นางสาวณัฏฐา กล้าการนา. เลขที่ 4

3.นางสาวอารีรัตน์. ไชยคำ เลขที่ 7

4.นางสาวนวรัตน์ ปิยางกูร เลขที่ 8

5.นางสาวกัญญาภัค. ดวงตาดำ เลขที่ 19

เนื้อหานิทาน เรื่อง ข้าวต้มจอมซน

มีบ้านหลังป่าซึ่งมีสมาชิกในครอบครัวประกอบด้วย พ่อ แม่ พี่ น้อง พี่มีชื่อว่า ข้าว ส่วนน้องสาวมีชื่อว่าต้ม พี่น้องทั้งสองคนเป็นคนฉลาดชอบสำรวจสิ่งต่างๆรอบตัววันหนึ่งพี่ข้าวได้ชวนน้องต้มไปเดินเล่นที่กลางป่าซึ่งระยะที่ไปเล่นนั้นอยู่ห่างไกลจากบ้านมากเพื่อไปเล่นน้ำที่กลางป่าเมื่อไปถึงเด็กทั้ง 2 คน ก็ได้เล่นน้ำอย่างสนุกสนานโดยไม่มีพ่อและแม่ไปด้วยจนกระทั้งตกเย็นเด็กทั้ง2คนกำลังจะกลับบ้านแต่บังเอิญเจอฝูงสัตว์ระหว่างทางทั้งสองจึงช่วยกันหาวิธีอำพรางตัวเพื่อให้กลมกลืนกับสัตว์ เด็กๆจะใช้วิธีการพรางตัวอย่างไรเพื่อให้กลมกลืนกับสัตว์และกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย

ภาพกิจกรรมทำงานกลุ่มแต่งนิทาน





ภาพกิจกรรมในคาบเรียน








ผู้บันทึก นางสาวอารีรัตน์ ไชยคำ เลขที่ 7

รหัสนักศึกษา 6011200612


 

วันศุกร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2564

 

บันทึกการเรียนครั้งที่ 13

วันที่ 20 เดือนเมษายน พ.ศ. 2564

ความรู้ที่ได้รับ

การวัดและการประเมินพัฒนาการทางความคิดสร้างสรรค์

หลักของการวัดและประเมินผลพัฒนาการ

การวัดผลและประเมินผลพัฒนาการเด็กปฐมวัยได้มีผู้ให้หลักที่สำคัญไว้ดังนี้

1. ต้องประเมินพัฒนาการเด็กทุกด้าน

2. ประเมินเป็นรายบุคคลอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องตลอดปี

3. สภาพการประเมินต้องมีลักษณะเช่นเดียวกับการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันของเด็กโดยจัดการประเมินให้เป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันปกติตามตารางกิจกรรมประจำวัน

จัดทำการประเมินอย่างเป็นระบบ มีการวางแผน การเลือกใช้เครื่องมือและการจดบันทึกไว้เป็นหลักฐาน

หลักของการวัดและประเมินความคิดสร้างสรรค์

เด็กจะแสดงออกทางความคิดสร้างสรรค์ได้ต้องมีหลักการวัดและประเมินความคิดสร้างสรรค์ ดังนี้

            1. บรรยากาศของการวัดความคิดสร้างสรรค์ ต้องมีความเป็นอิสระ ผ่อนคลาย ไม่เคร่งเครียดด้วยระเบียบวินัย จนทำให้เด็กเกิดความเครียด

            2. บรรยากาศของการวัดแต่ละครั้ง ต้องไม่ใช่การแข่งขันหรือการกระทำที่มีถูกมีผิด

            3. ครูจะต้องไม่นำผลการวัดหรือการทดสอบมาเปรียบเทียบกับเด็กคนอื่น หรือมาบอกเด็กว่าใครเก่งกว่าใคร

            4. นำผลที่ได้มาวิเคราะห์เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ของเด็กได้อย่างเหมาะสม

ความสำคัญและคุณค่าของการวัดและประเมินความคิดสร้างสรรค์

          มนุษย์ทุกคนมีความคิดสร้างสรรค์ติดตัวมาแต่กำเนิด แต่มีระดับของความคิดสร้างสรรค์แตกต่างกันไปตามศักยภาพของการเรียนรู้ในแต่ละบุคคล การที่จะรู้ว่าบุคคลมีความคิดสร้างสรรค์มากน้อยต่างกันเพียงใดนั้นต้องอาศัยการวัดความคิดสร้างสรรค์ เป็นเครื่องบ่งชี้เพื่อนำผลมาจัดประสบการณ์และกิจกรรมให้สอดคล้องเหมาะสมกับการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของเด็กต่อไป

เทคนิควิธีวัดความคิดสร้างสรรค์

1. การสังเกต หมายถึง การสังเกตพฤติกรรมของบุคคลที่แสดงออกเชิงสร้างสรรค์ วิธีการสังเกตเป็นวิธีการวัดวิธีหนึ่งในหลายๆ วิธีการ เขาพยายามที่ใช้วัดความคิดจินตนาการของเด็กจากพฤติกรรมการเล่นและการทำกิจกรรม โดยการสังเกตพฤติกรรมการเลียนแบบ การทดลอง การปรับปรุงและตกแต่งสิ่งต่างๆ การแสดงละคร การใช้คำอธิบายและบรรยายให้เกิดภาพพจน์ชัดเจน ตลอดจนการเล่านิทาน การแต่งเรื่องใหม่ การเล่นและคิดเกมใหม่ๆ ตลอดจนพฤติกรรมที่แสดงความรู้สึกซาบซึ้งต่อความสวยงาม เป็นต้น

2. การวาดภาพ หมายถึง การให้เด็กวาดภาพจากสิ่งเร้าที่กำหนด เป็นการถ่ายทอดความคิดเชิงสร้างสรรค์ออกมาเป็นรูปธรรมและสามารถสื่อความหมายได้ สิ่งเร้าที่กำหนดให้เด็กอาจเป็นวงกลม สี่เหลี่ยม แล้วให้เด็กวาดภาพต่อเติมให้เป็นภาพ

3. รอยหมดหมึก (Inkblots) หมายถึง การให้เด็กดูภาพหยดหมึกแล้วคิดตอบจากภาพที่เด็กเห็น มักใช้กับเด็กวัยประถมศึกษา เพราะเด็กสามารถอธิบายได้ดี

4. การเขียนเรียงความและงานศิลปะ หมายถึง การให้เด็กเขียนเรียงความจากหัวข้อที่กำหนด และการประเมินจากงานศิลปะของนักเรียน นักจิตวิทยามีความเห็นสอดคล้องกันว่าเด็กในวัยประถมศึกษามีความสำคัญยิ่งหรือจัดเป็นช่วงวิกฤตของการพัฒนาความคิดเชิงสร้างสรรค์ เด็กมีความสนใจในการเขียนสร้างสรรค์และแสดงออกสร้างสรรค์ในงานศิลปะจากการศึกษาประวัติบุคคลสำคัญของนักประดิษฐ์ นักวิทยาศาสตร์เอกของโลก เช่น นิวตัน เจมส์ ฮิลเลอร์ และปาสคาลร์ พบว่าบุคคลเหล่านี้ได้แสดงแววสร้างสรรค์ด้วยการประดิษฐ์และสร้างผลงานชิ้นแรกเมื่ออยู่ในวัยประถมศึกษาเป็นส่วนใหญ่เด็กช่วงวัยนี้จะมีการพัฒนาการทางภาษาดี การเขียนบรรยายหรือแสดงความรู้สึกจินตนาการเป็นที่เด็กสนใจ

5. แบบทดสอบ หมายถึง การให้เด็กทำแบบทดสอบความคิดสร้างสรรค์มาตรฐานซึ่งเป็นผลมาจากการวิจัยเกี่ยวกับธรรมชาติของความคิดสร้างสรรค์ แบบทดสอบความคิดสร้างสรรค์มีทั้งที่ใช้ภาษาเป็นสื่อ และที่ใช้ภาพเป็นสื่อ เพื่อเร้าให้เด็กแสดงออกเชิงความคิดสร้างสรรค์ แบบทดสอบมีการกำหนดเวลาด้วย ปัจจุบันก็เป็นที่นิยมใช้มาก เช่น แบบทดสอบความคิดสร้างสรรค์ของกิลฟอร์ แบบทดสอบความคิดสร้างสรรค์ของทอแรนซ์ เป็นต้น

กิจกรรมในคาบเรียน การร้องเพลงเมืองไทย



ฝึกทักษะอะไร 🍁✏️

ทักษะการวัดและประเมินเด็กปฐมวัย การตั้งคำถามเพื่อถามเด็ก

การนำไปใช้✏️

สามารถในการวัดและประเมินเด็กปฐมวัย

คำศัพท์

1.Add drawing – ภาพวาดต่อเติม

2.Compare – เปรียบเทียบ

3.Invention – การประดิษฐ์

4.Standard – มาตรฐาน

5.Development - พัฒนาการ

มายแมพสรุปเนื้อหาการวัดและการประเมินพัฒนาการทางความคิดสร้างสรรค์




ภาพกิจกรรมในห้องเรียน




ผู้บันทึก นางสาวอารีรัตน์ ไชยคำ 

รหัสนักศึกษา 6011200612



 

บันทึกการเรียนครั้งที่ 12

วันที่ 30 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2564

ความรู้ที่ได้รับ

การวางแผนการระดมความคิดการออกแบบเรือ นภสินธ์ ตามจังหวะของดนตรี การออกแบบเรือแจวและเรือสุพรรณบุรีซึ่งสามารถนำไปจัดกิจกรรมให้กับเด็กปฐมวัยโดยสามารถเป็นตัวอย่างในการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะได้เทคนิคการแต่งเนื้อเพลงโดยดัดแปลงเนื้อเพลงจากต้นฉบับเดิม

ฝึกทักษะอะไร 🍁✏️

ทักษะการวางแผน การแก้ปัญหา การออกแบบกิจกรรม เทคนิคการแต่งเพลง

การนำไปใช้✏️

สามารถนำกิจกรรมไปใช้ในการสอนเด็กปฐมวัยได้ ผ่านกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ

คำศัพท์

1.     Design – การออกแบบ

2.   Brainstorming – การระดมความคิด

3.   Music -  ดนตรี

4.   Ship – เรือ

5.   Plan – วางแผน

ภาพกิจกรรมในห้องเรียน










ผู้บันทึก นางสาวอารีรัตน์ ไชยคำ 

รหัสนักศึกษา 6011200612

 

บันทึกการเรียนครั้งที่ 11

วันที่ 23 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2564

ความรู้ที่ได้รับ

การจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์โดยการทำอาหารที่ทำมาจากไข่ซึ่งเด็กจะได้ทักษะหลายๆด้านดังต่อไปนี้

1.ทักษะทางคณิตศาสตร์ – ได้ในเรื่องของ ลักษณะพื้นผิว ผิสัมผัส สี รูปร่างรูปทรง ขนาด

2.ทักษะวิทยาศาสตร์ – การเปลี่ยนแปลงแปรรูปอาหาร การทดลอง การสังเกต การตั้งสมมติฐาน

3.ทักษะสังคม – การปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนในชั้นเรียน การรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น

4.ทักษะทางภาษา – การสื่อสารกับเพื่อนในชั้นเรียน การเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ

5.ทักษะพลศึกษา – การส่งเสริมพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็ก

ฝึกทักษะอะไร 🍁✏️

ทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา

การนำไปใช้✏️

สามารถนำกิจกรรมไปใช้ในการสอนเด็กปฐมวัยได้ ผ่านการทำ cooking จากเรื่อง ไข่

คำศัพท์

1.         Small muscles – กล้ามเนื้อมัดเล็ก

2.      Interaction – การปฏิสัมพันธ์

3.      Surface characteristics – ลักษณะพื้นผิว

4.      Shape – รูปร่าง

5.      Observing – การสังเกต

ภาพกิจกรรมในห้องเรียน









ผู้บันทึก นางสาวอารีรัตน์ ไชยคำ 

รหัสนักศึกษา 6011200612



 

บันทึกการเรียนครั้งที่ 10

วันที่ 16 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2564

ความรู้ที่ได้รับ

รู้เทคนิคการแต่งนิทานแบบให้เด็กมีส่วนร่วมฝึกให้เด็กสร้างสรรค์เนื้อเรื่องนิทานด้วยตนเองแบบไม่มีข้อจำกัดโดยนำกระดาษมาพับเป็นรูปสามเหลี่ยมแล้วนำมาต่อเป็นภาพต่างๆกับเพื่อนในชั้นเรียนเกิดเป็นรูปต่างๆที่ต้องการ และยังได้เทคนิคการสร้างสื่อเสริมประสบการณ์อย่างสร้างสรรค์โดยใช้งบประมาณไม่มากและสามารถใช้ได้หลายครั้ง ซึ่งเด็กปฐมวัยได้คิดโดยใช้ภาพเป็นตัวประกอบเพื่อให้เด็กได้คิดอย่างสร้างสรรค์

ฝึกทักษะอะไร 🍁✏️

ทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา

การนำไปใช้✏️

สามารถนำกิจกรรมไปใช้ในการสอนเด็กปฐมวัยได้ การสร้างสื่อสำหรับเด็กปฐมวัย

คำศัพท์

1.         factor-ตัวประกอบ

2.      paper-กระดาษ

3.      Enhance experience-เสริมประสบการณ์

4.      The media-สื่อ

5.      Early childhood-เด็กปฐมวัย

ภาพกิจกรรมในห้องเรียน






กิจกรรมเด็กๆเห็นภาพแล้วนึกถึงอะไร



ผู้บันทึก นางสาวอารีรัตน์ ไชยคำ 

รหัสนักศึกษา 6011200612


 บันทึกการเรียนครั้งที่ 9

วันที่ 2 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2564

ความรู้ที่ได้รับ

ความคิดสร้างสรรค์จากกระดาษ A4 สามารถพับเป็นอะไรได้ทำให้เกิดการคิดวิเคราะห์จากประสบการณ์เดิมที่ผ่านมาว่าเคยทำอะไรเคยเห็นจึงได้พับกระดาษเป็นรูปหัวใจ จากนั้นได้นำมารวมกันละวิเคราะห์ดูสามารถสร้างเป็นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ขึ้นและเทคนิคการแต่งเพลงง่ายๆจากคำศัพท์ใกล้ตัว

มีคำดังต่อไปนี้

ไข่        -         egg

Leg     -          ขา

Far      -          ไกล

ไป        -          go

Show -          แสดง

แกง     -          curry

Bee     -          ผึ้ง

ดึง       -          pull

ปู         -          crab

Black -          ดำ

Come -          มา

ปลา     -          fish

Miss    -          คิดถึง

ตึง       -          tight

ใน        -          อิน

กิน       -          eat

Meet   -          พบกัน

ฉัน       -          I

Shy     -          อาย and

Oil       -          น้ำมัน

จันทร์  -          Monday

Say     -          พูด

Good  -          ดี

อ้างอิงทำนองเพลง a-z

ฝึกทักษะอะไร 🍁✏️

ทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหาทักษะทางภาษาอังกฤษ

การนำไปใช้✏️

สามารถนำกิจกรรมไปใช้ในการสอนเด็กปฐมวัยได้

ภาพกิจกรรมในห้องเรียน







ผู้บันทึก นางสาวอารีรัตน์ ไชยคำ 

รหัสนักศึกษา 6011200612



  บันทึกการเรียนครั้งที่ 14 วันที่ 27 เดือน เมษายน พ.ศ. 2564 ความรู้ที่ได้รับ บทบาทของผู้ปกครองกับการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์เด็กปฐมวัย...